ข่าวสาร Happycoin บทความหน้ากากมังคุด

ชะตาที่ไม่อาจฝืน Happycoin (บทความพิเศษ) 2019

ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับชาวคริปโต ที่เริ่มมีสีหน้าที่สดใส ยิ้มแย้มกันบ้างแล้ว กับเหล่า Bitcoin Believer.. ผู้ที่มองต่างและยันหยัดเชื่อในความเป็นBitcoin ในช่วงเวลาตกต่ำแบบหัวทิ่มสุดๆ เป็นระยะเวลากว่า 1 ปีกว่าๆ เลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่า ช่วงเวลาตกต่ำเหล่านั้น เราจะได้ยินข่าวร้ายมากมาย ในวงการคริปโต เช่น บริษัทต่างๆ ที่ประกอบการด้านนี้ แบกรับต่อการขาดทุนไม่ไหว บ้างปิดตัวลงไปบ้าง บ้างมีการปรับตัว เพื่อความอยู่รอดบ้าง ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีผู้ประกอบการรายใหม่ เกิดขึ้นภายใต้ระบบเศรษฐกิจที่ซบเซาของช่วงเวลาเหล่านั้นด้วยเช่นกัน.. ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ถือครองในราคา 600000 บาทหรือ 15000$ ++ ต่างทนพิษบาดแผลไม่ไหว โดดหนีตายบ้าง ยิ่งช่วงเวลาต่ำสุดๆของราคา แถวๆ 2000$ ช่วงเวลานี้ สันนิษฐานเลยว่า ผู้คนต่างเจ็บปวด และร่ำร้องหากระทิง บนบานสานกลาวกันเลยทีเดียว บางคนถึงขั้น จุดธูปเรียกวิญญาณ satoshi nakamotoเพื่อสอบถามถึงอนาคต Bitcoin กันเลยทีเดียว จะว่าไปวงการร่างทรงในเมืองไทย ยังไม่มีท่านใดเป็นร่างทรงของชายผู้สร้างBitcoin นามว่า Satoshi Nakamoto เลยนะครับ (โอกาสยังเปิดกว้าง) ถ้าใครมองเห็นโอกาสรีบเป็นร่างทรงชายผู้นี้ หน้ากากมังคุดเชื่อว่า น่าจะรุ่งนะครับ..(hahaha)


ราคาบิทคอยน์ล่าสุด อ้างอิงจาก coinmarketcap ณ ขณะเขียนบทความ

อีกในแง่ข่าวร้ายๆหลายๆด้าน ก็มีทั้ง ผู้ประกอบการเหมืองขุดหลายราย ต้องถอดปลั้ก (เลิกขุด Bitcoin กันเลยทีเดียว) เนื่องจากไม่คุ้มต่อค่าใช้จ่ายที่แบกรับในช่วงเวลาฝืดเคือง ผู้ประกอบการ Exchange หลายรายปิดตัวลงทั้งแบบเต็มใจและไม่เต็มใจ เพราะแบกรับค่าใช้จ่ายที่เยอะมากๆไม่ไหว

ซึ่งในภาวะตลาดซบเซาของระบบเศรษฐกิจคริปโต ผู้ประกอบการที่อยู่รอด ส่วนใหญ่มีลักษณะหลักๆ 2 อย่างคือ 1.สายป่านยาว (เงินทุนหนา) 2. ปรับตัวหรือลดขนาดขององค์กร เพื่อความอยู่รอด.. เพราะในแง่ของผู้ประกอบการ ถ้าจะหาทุนเพิ่มในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจซบเซาของโลกคริปโต ก็เป็นอะไรที่แสนยากเช่นกัน… เพราะเรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า ระบบเศษฐกิจอย่างหนึ่งนั่นเอง

นอกเหลือจากระบบเศรษฐกิจที่ไม่ดี ในช่วงเวลาเหล่านั้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร นั่นคือ ปัญหาการถูกแฮก ทั้งโดยส่วนตัว และโดยระบบบริการที่รับฝากถอน  สิ่งเหล่านี้ ยังเกิดขึ้นอยู่ร่ำไป…

ในช่วงเวลาตำต่ำของระบบเศรษฐกิจ ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องแย่ๆเสมอไป    เพราะจะมีผู้ที่เห็นต่างและอยากเข้ามาในวงการอีกมายมายเช่นกัน   เช่น
ผู้ประกอบการรายใหม่ เข้ามาในวงการ สร้างระบบบริการเพิ่มมากขึ้น   ,
ผู้ถือครองรายใหม่ก็เข้ามามากขึ้นเช่นกัน เพราะการกระจายตัวเพิ่มขึ้นทุกวันๆ สังเกตุจาก ข่าวในวงการ Bitcoin มีให้อ่านทุกวัน นั่นหมายความว่า เมื่อไหร่ ที่สำนักข่าวต่างๆของวงการ ยังอยู่ได้นั่นหมายความ วงการก็ยังขับเคลื่อนไปได้ เพราะเสียงจากข่าวดังไกลเสมอๆ…,
ผู้ประกอบการรายเก่าที่สายป่านยาว หรือผู้ประกอบการที่ปรับตัวได้กับสถานการณ์ซบเซา ยังคงพัฒนาและทำงานต่อเนื่อง    สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบที่สำคัญของวงการ ที่ทำให้ Bitcoin กลับมายืนอีกครั้งได้  แถมท่าทีว่า การกลับมาครั้ง  สาวกจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวทั่วโลกเลยทีเดียว

สรุปง่ายๆ ช่วงเวลาตกต่ำของวงการ จะมีองค์ประกอบเหล่านี้วนเวียนอยู่
1. ผู้ประกอบการ  ผู้อยู่ได้ —-> ผู้ปรับตัวได้ —>ผู้มาใหม่     ส่วนที่หายไป คือ ผู้ที่อยู่ไม่ไหว
2. ผู้เล่น  ผู้ที่ถือแบบเข้าใจวงจรหรือวัฏจักร  –> ผู้ที่ถือเพิ่ม —> ผู้ที่มาใหม่    ส่วนผู้ที่หายไป คือ  ผู้ที่ทนบาดแผลไม่ไหว
3. ผู้ทำหน้าที่ให้บริการข่าวสาร —->ผู้ที่ปรับตัวได้ —> ให้บริการต่อเนื่อง —-> ดึงผู้เล่นใหม่เข้ามา  (ส่วนใหญ่วงการข่าวสารได้รับผลกระทบไม่หนักเท่าผู้ประกอบการ )
4. โปรเจครูปแบบใหม่เกิดขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้เล่นได้มีหลายๆ อรรถรส เพื่อเลี้ยงคนในวงการ > โปรเจครูปแบบเก่าที่ผู้คนคุ้นเคย ล้มหายไป
5. องค์ประกอบอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นและลดลงปลีกย่อย  เช่นการยอมรับที่มากขึ้นทั้งฝ่ายกฏหมายบ้านเมือง และการขยายตัว ในขณะเดียวกันเงื่อนไขที่มากขึ้นในการดำเนินงานในแต่ละที่ ก็ตัดให้องค์ประกอบบางอย่างลดลง หรือยากมากขึ้นเช่นกัน

เขียนไป เขียนมา ทำไมยาวขนาดนี้ล่ะเนี่ย…  ในแง่ขององค์รวมของวงการ ก็มองได้ตามทีเขียนด้านบน
แต่ในส่วนของราคาและการหมุนเวียนของเหรียญในช่วงเวลาที่ซบเซา  ไหลเวียนง่ายมากๆ  เพราะมีแค่ 2 อย่างเท่านั้น
คือผู้ซื้อ กับ ผู้ขาย  อยู่ที่ฝ่ายไหนมากกว่า และเปลี่ยนมือกันไป  หรือแม้แต่ เหรียญ BTC ที่เกิดเหตุการณ์โดนขโมยหรือโดนแฮกต์ไปนั้น ก็ไหลเวียนกลับมาอยู่ในตลาดเหมือนเดิม ทั้งตลาดตรงๆ และตลาดอ้อมๆ อีกนั่นแหละ เพราะเหรียญไม่มีทางหายไปไหน  นอกเหนือจาก ลืมพาสเวิร์ดหรือ private key ตัวเอง  แต่เชื่อเถือ แฮกเกอร์ไม่มีทางพลาดที่จะทำให้ BTC ที่ขโมยมาได้หล่นหายไปในหลุมดำแบบไม่น่าให้อภัยอย่างแน่นอน… จริงไหม หลุมดำก็มา…


Bitcoin Cycle.

บางทีโลกนี้ก็แปลก สิ่งไหนที่เกิดขึ้นซ้ำๆ บ่อย  ก็กลายเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า วัฏจักร  หรือวงจรของสิ่งนั้น  เช่น ทุกปีจะมีหน้าฝน หน้าหนาวและหน้าแล้ง (ในประเทศไทย)  หรือสิ่งไหนที่คนนิยมกันเยอะๆ  ก็จะเรียกว่ากระแส หรือเทรนด์ เกิดขึ้นซ้ำๆ วนไปเวียนมา   ผู้เล่นก็มีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า  ผู้ที่เป็นหน้าเก่ามากๆ จนรู้จักสิ่งที่เรียกว่า  Cycle ก็จะถูกเรียกว่า ผู้เก๋า ในวงการ  ( ฉายานี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับใครง่าย เพราะผู้เก๋าแต่ละคน ล้วนมีค่าครูราคาแพงทั้งนั้น ผู้ได้ว่า ผู้มีบาดแผลจากสงครามมาก่อนและสามารถอยู่รอดได้นั่นเอง )  วกกลับมาที่ Cycle ไม่รู้จะเรียกสิ่งนี้ว่า เหตุบังเอิญ หรือพฤติกรรมหมู่ หรือใครกำหนด   แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันก็จะวนๆ ซ้ำๆ ซึ่งแน่นอนว่า  วงจรหรือวัฏจักรนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เหมือนดินฟ้าอากาศ เพราะในวงการ Bitcoin สิ่งที่กำหนดเส้นกราฟของมัน ล้วนมาจาก อารมณ์ จิตใจของมนุษย์เอง ที่วนเวียนกับการทำกำไร ขาดทุนและเปลี่ยนมือ หมุนไปเรื่อยๆ แบบนี้ ดังนั้น วัฏจักรที่เกิดขึ้น ถ้ามีกำลังคนที่มากพอ ก็สามารถสร้างปฏิกิริยากับ ตลาดได้ โดยฝีมือของ ผู้เก๋าทั้งหลายนั่นเอง    และผู้มีปฏิกิริยาเกิดขึ้น สำนักข่าวต่างๆ ก็มีข่าวดีมากมายเช่นกัน..  ก็ครบองค์ประกอบของ Cycle ใหม่ที่จะเกิดขึ้นได้… ดังนั้น การรู้จัก Cycle จึงสำคัญสำหรับผู้ที่อยากเก๋าในวงการ ไม่ใช่รู้จักแค่ อยากได้กำไรอย่างเดียว..

สรุป องค์ประกอบของ Cycle ที่จะเกิดขึ้น

  1. หลังจากตลาดซบเซา ขาลงเพราะเกิดการทำกำไรจาก Cycle รอบที่แล้ว เหรียญจะเปลี่ยนมือ หมุนเวียนไปใหม่ สลัดผู้อ่อนแอออกไปจากวงโคจร
  2. Cycle มันมี Timeline ของมัน อะไรที่เกิดซ้ำๆ บ่อยๆ คนที่สนใจก็จะเริ่มคิดว่า  ใกล้เวลาแล้ว หรือน่าจะมาแล้ว
  3. ผู้เก๋าในวงการดีดนิ้ว เข้าข้างคนที่มองCycleและมองร่วมกัน  พลิกโลกจากหมี เป็นกระทิง ดั่ง พลิกเหรียญหัวหรือก้อย

4. การมองร่วมกันเมื่อถึงเวลา แบบไม่ได้นัดกัน คือสิ่งที่จะนำให้เกิด Cycle รอบใหม่

วิเคราะห์ดูแล้ว สิ่งที่จะพลิกเกมส์ น่าจะมีจากองค์ประกอบเหล่านี้  และทุกอย่างมีไทม์ไลน์  หลายๆ ท่านเคยสังเกตุไหม บางข่าวที่ออกมา เหมือนจะเป็นข่าวดีของวงการมากๆ แต่ไหง ราคาไม่พุ่ง ดีไม่ดี ต่ำกว่าเดิมอีก    บางข่าวผลงานโดดเด่น เป็นรูปธรรม แต่ไหง ราคาไม่พุ่ง เราคงจะเจอกันมานักต่อนัก  แต่ทำไม เวลาจะพรวด มันพรวดซะแบบไม่รู้ตัวทุกที 55555  ก็ลองพิจารณาดูองค์ประกอบของ Cycle ที่เขียนไว้ ก็น่าจะทำให้เรากลายเป็น ผู้เก๋าในวงการขึ้นอีกขั้นนะครับ
จะเห็นได้ว่า  องค์ประกอบของวงการ กับองค์ประกอบของ Cycle นั้นแยกเส้นกันอย่างชัดเจน  แต่มีผลกระทบร่วมกัน   ซึ่งต่อให้แยกกันอย่างไร สุดท้ายก็ต้องอิงกันนั่นแหละ เพราะเป็นเรื่องความอยู่รอดของวงการ.. นั่นเอง..

จบเรื่องของ Bitcoin

มาต่อกันที่  Altcoin บ้าง   การขึ้นราคาของ Altcoin เรียกว่า   Altcoin Party  จะเกิดขึ้นได้ เพราะ 2 กรณี เท่านั้น เพราะต้องอิงกับพี่ใหญ่ พี่เบิ้ม Bitcoin อยู่ดี
Altcoin Party จะเกิดเมื่อไหร่

1.Altcoin Party ในเทศกาล  ต้องอาศัยเทรนด์ หรือกระแสของ Bitcoin เพื่อเรียกสถานการณ์  เราจะเห็นได้ว่า ทำไมเวลาราคา Bitcoin ขึ้นแล้ว  Altcoin ถึงราคาร่วง  เราๆ ท่าน เคยสังเกตุไหม ไม่เคยล่ะสิ นั่นก็เพราะว่า คนจะแห่ขาย altcoin เพื่อเกาะขบวน Bitcoin ให้ทัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่  Altcoin แดง แต่ Bitcoin เขียวเด่นๆ เลย ตรงนี้ จะอธิบายให้ชัดๆ ก็เพราะว่า ทั้งโลกต้องรวมกันเป็นหนึ่ง เพื่อพลิกเหรียญBTC จากหมีให้เป็นกระทิง   เป็นการผลักดัน Bitcoin ให้เปลี่ยนเทรนด์ของวงการก่อน   บรรดา สาวก Altcoin ควรทำใจให้ดีๆ กับจังหวะนี้ เพราะเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ บางทีจะสละเหรียญเล็กไปถือเหรียญใหญ่ ก็ไม่ทันการ สวนทางไปแล้วก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้น เชื่อได้ว่า เมื่อไหร่ที่  Bitcoin จุดพลุและพลิกเทรนด์ได้  นั่นเป็นสัญญาณว่า เตรียมตัวฉลองได้เลย เพราะว่า ถึงจุดหนึ่งที่ Bitcoin ข้ามเทรนด์ ไปอยู่บนอวกาศได้แล้วจะลอยตัว    ช่วงเวลาเหล่านั้น จะเกิดการกำไร 2 เด้งขึ้น นั่นก็คือ 1. ทำกำไรจาก Bitcoin เองโดยผู้เก๋า 2. ผู้เก๋าจะมาทำกำไรเด้งที่ 2 จาก Altcoin ที่มากมาย เพราะอย่าลืมนะว่า  เมื่อ Bitcoin ราคาขึ้น  มันจะดึง Altcoin ต่อให้อยู่เฉยๆ ราคาก็จะขยับไปด้วย ดังนั้น เมื่อจะสร้าง  Altcoin Party ก็แค่เฉียดกำไรมานิดหน่อย ก็บันดาล  party ให้เกิดขึ้นกับเหรียญนั้นๆได้แล้ว  ซึ่งเมื่อเกิดเทรนด์ใหญ่นำยิ่งไปไกลเท่าไหร่  ก็จะฉุด Altcoin ให้ไปไกลอีกหลายเลเวลเหมือนกัน เช่นเมื่อครั้งที่ ETH ราคา 300 บาท แล้วก็ไม่เคยกลับไปอีกเลยเป็นต้น  โดยเฉลี่ย Altcoin ที่มีอายุ เกิน 3-4 ปี จะได้รับอานิสงส์ข้อนี้ เมื่อเกิดการวาร์ปครั้งใหญ่เกิดขึ้น เพราะเหรียญที่มีอายุเกิน 3-4 ดี โดยไม่เปลี่ยนสภาพเป็น Dead Coin แปลว่า คุณอยู่รอดในวงการ เพราะสาวกคุณเพิ่มปริมาณเพียงพอนั่นเองผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อวกาศ

2. Altcoin Party นอกเทศกาล เหมือนกับการทำนาหน้าแล้งเลย สำหรับ Altcoin Party นอกเทศกาล เหมือนการมีน้ำนอกฤดูฝน คุณต้องจัดการหาน้ำเอง เมื่อให้มีต่อการเพราะปลูก   พูดง่ายๆ ก็คือว่า องค์ประกอบของ Altcoin นั้นๆ ต้องมีครบ แบบ 4 ข้อด้านบน ในหัวข้อ องค์ประกอบ  Cycle นั่นแหละ แต่เกิดขึ้นตอนที่ไม่สนใจพี่เบิ้ม คือ Bitcoin   พูดง่ายๆคือ แข็งแกร่งด้วยตัวเอง ในช่วงเวลาเหล่านั้น เราจะเห็นได้ว่า ในช่วงเวลาขาลงของตลาด Bitcoin ที่ผ่านมา ก็มีเหรียญหลายๆเหรียญที่สามารถทำกำไรได้ และดีด Top Gainner กันแทบทุกวัน  ซึ่งการเป็นขาขึ้นเหล่านั้น เป็นองค์ประกอบย่อยของวงการอีกที จะมีเกิดขึ้น และก็แว้บๆ ไป วนเวียนไปเรื่อยๆ  แต่ส่งผลแค่ในอาณาจักรของตัวเองเท่านั้น ไม่สามารถฉุดเทรนด์ใหญ่ทั้งโลกได้  เอาง่ายๆ แค่สาวกhappy ก็โอเคแล้ว hahaha   ถ้าสังเกตุดีๆ Altcoin  แต่ละตัวก็จะมี Time line ของตัวเอง หรือ วัฏจักรย่อย ของตัวเองอีกทีหนึ่ง  เรียกได้ว่า มีเหตุที่เป็นได้ทั้ง2 เทศกาล  ทั้งในเทศกาลหลักและเทศกาลตัวเอง  ซึ่งการเกิดกระทิงแต่ละครั้งนั้น ก็จะส่งผลต่อ Timelineที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ชนิดที่ว่า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะการที่จะบังคับคนให้คิดเหมือนๆกันนั้น ยาก  แต่การทำให้คนเลิกคิดเหมือนๆกันก็ยาก อีกนั่นแหละ ก็เอาเป็นว่า เมื่อไหร่ ที่อุณหภูมิพร้อม ก็สามารถจุดระเบิดได้เช่นกัน

องค์ประกอบของ Altcoin Party แบบภาพรวม อธิบายได้ประมาณนี้…

สำหรับเนื้อหาถัดไป.. ที่แฟนคลับหลายๆ ท่าน คือการวิพากษย์ Happycoin กลางปี 2019   
เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆด้าน โดยเฉพาะ Exchange ในไทยและกรณีติดค้างหลายๆอย่าง ก็ถือว่าเป็นองค์ประกอบของ Timeline ในปี 2019 แบบโดดเด่นเลยทีเดียว  แต่ก็ถือว่า อยู่ในเทรนด์ใหญ่ของ Bitcoin คือ Bitcoin ในช่วงเวลาซบเซาและขาลงพอดี   ถ้าสังเกตุดีๆ ในปี 2018 นั้น  Happycoin เรียกได้ว่า ได้สร้าง Party ของตัวเองขึ้นมา โดยไม่ได้อาศัยพลังแห่ง Bitcoin เลย เหมือนที่เขียนไว้ด้านบน คือข้อ 2.

Timeline  Happycoin


ก่อนอื่นต้องบอกว่า หลังจากนี้เป็นมุมมองส่วนตัวของหน้ากากมังคุดเท่านั้น … ซึ่งจะวิพากย์ Time line ของ Happycoin จากสิ่งที่เกิดมาแล้ว เพื่อวิเคราะห์แนวทางอนาคต     ที่จริงแล้ว องค์ประกอบของ Bitcoin ภายใต้เวลาที่ซบเซาของ Bitcoin นั้น ถือว่าเป็นบรรยากาศแบบเดียวกันของทุกเหรียญเลย ไม่เว้นแม้ต่อ Happycoin เพียงแต่ว่า สเกลเล็กกว่า  และองค์ประกอบทุกๆ ข้อที่เขียนด้านบน ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ Happycoin ได้แทบทั้งหมดเลย… เพราะอยู่ในวงการเดียวกัน ต่างกันแค่รายละเอียดเฉพาะ (ลักษณะพิเศษเท่านั้น)

เท่าที่นับย้อนดูประวัติ Happycoin ตั้งแต่เกิดมานั้น ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า  Timeline ของ Happycoin จะเป็นรูปแบบซ้ำๆ เหมือนกันทุกปีตั้งแต่เกิดมา โดยมี timelineของตัวเองเหมือนกันทั้ง2 ปี สังเกตุได้จากรูปในวงกลม  ปี2017 ช่วงเวลาหลังจาก กรกฏาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม คือช่วงเวลาparty ของ Happycoin  คือช่วงเวลาทำนิวไฮ หรือสร้างสถิติให้กับตัวเองก็ในช่วงเวลานี้   พอมาในปี 2018 ก็เช่นกัน  ช่วง เมษายน พฤษภาคม นั้นเงียบ เหงา แต่พอเลยช่วง กรกฏาคม สิงหาคม นั้นกลับเกิด party นอกเทศกาล Bitcoin ขึ้น แต่ยังทำนิวไฮให้กับตัวเองอีกด้วย ที่ 1.68$
สิ่งที่ไม่อยากเชื่อคือ  อะไรมันจะวนๆซ้ำๆ แบบนั้นอีก คือ ช่วงเวลา เมษา พฤษภาคม หรือเวลาขณะนี้นั้น  Happycoin ก็เกิดอาการซบเซาอย่างเห็นได้ชัด… แบบ copy ปี2018 มีเด้ะๆ เลย   ก็ต้องมาลุ้นกันว่า แล้วอีก 2 เดือนหลังจากนี้ จะเกิด party อีกครั้งหรือไม่..

บทวิเคราะห์ ทำไม Happycoin Party ถึงจะเกิดขึ้น มีเหตุอะไรจูงใจบ้าง

  1. Bitcoin ดีดนิ้วกลายเป็น ขาขึ้น  เพียงพอต่อที่จะก่อให้เกิด Altcoin Party ทั่วโลก
  2. ราคาของ Happycoin ได้ลงมาถึงจุดต่ำสุดในปี 2019 เรียบร้อย คือแถวๆ 1 บาทไทยกว่าๆ นั่นหมายความว่า ถ้าลงมากกว่านี้ ก็คงติดพื้นแบบ ก้นโอ่งกันเลยทีเดียว  มีอะไรให้ลงกว่านี้อีกไหม
  3. ได้ทราบมาว่า จำนวนเหรียญ Happycoin ใกล้ครบจำนวน 20 ล้าน  HPC  นั่นหมายความว่า มีกระแสหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเมื่อเป็นตลาดขาขึ้น คนจะกล้า นำเหรียญมาขายหรือเพิ่มสภาพคล่องในตลาดมากขึ้น เพราะ HPC สามารถเก็บ POS ได้ นั่นคือสาเหตุหลักที่คนเก็บ HPC แบบ ชนิดที่เหมือนไม่มีอยู่บนโลกนี้
  4. Timeline Happycoin บ่งชี้ชัดว่า… มันซ้ำๆกันแบบเกิดภาพซ้ำซ้อน
  5. ผู้เก๋าในโลกของ Happycoin เพิ่มมากขึ้น  แปลว่า ผู้ที่สามารถทำกำไรกับ HPC ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพิ่มมากขึ้น และก่อให้เกิดเป็นผู้กำหนดวัฏจักรย่อยๆ
  6. ชุมชนของ happycoin เพิ่มมากขึ้นตลอดเวลาทั่วโลก  ไม่ใช่ นักเทรด รายย่อย แต่หมายถึงนักขุดและองค์ประกอบส่วนอื่นๆ เราจะสังเกตุได้ว่า ถ้า Happycoin มีราคาขยับ ขึ้นแค่มีกระแสนิดหน่อย เหล่านักขุดที่เคยทำกำไรได้กับ Happycoin ก็พร้อมจะสลับเครื่องขุดมาขุด HPC ในทันที
  7. ทั่วโลกคิดเหมือนๆกัน.. ไม่ใช่แค่คนไทย

นี่คือเหตุผลที่พอจะนำมาวิเคราะห์ได้ว่า ทำไม Happycoin party จะเกิดขึ้นอีกครั้ง  แต่บทวิเคราะห์ก็อาจจะพลาดก็ได้ ถ้าองค์ประกอบของ Cycle ที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้นไม่ครบ..

บทความนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและวิเคราะห์ เนื่องจากเป็นมุมมองส่วนตัวของหน้ากากมังคุด ที่ก็เป็นแค่เม่าหนึ่งตัวในตลาดคริปโตเช่นกัน.. การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดรับความเสี่ยงด้วยตัวท่านเอง

ถ้าชอบใจก็สามารถกดไลค์กดแชร์ได้..

 

ชอบ ไลค์ แชร์ แบ่งปัน เป็นกำลังใจให้หน้ากากมังคุด